วิธีปฏิบัติในการรักษาผ้าไหม   

 
ผ้าไหมไทยเป็นวัฒนธรรมที่สำคัญอย่างหนึ่งที่ควรอนุรักษ์ไว้นอกจากนั้นผ้าไหมยังมีราคาแพง การตัดเย็บ การชัก รีด และการเก็บรักษานั้นมีความยุ่งยากและต้องระมัดระวัง เพื่อจะรักษาให้สวยงาม และใช้ได้ทนนานอยู่เสมอ ดังนั้นจึงต้องรุ้จักเทคนิคในการรักษาที่ถูกต้องในขั้นตอนของการปฏิบัติรักษาผ้าไหมไทยให้คงทน และสวยงามอยู่เสมอ ดังนี้
        1. การตัดเย็บ  ขั้นแรกให้แช่ผ้าไหมลงในน้ำร้อน เพื่อขจัดสีที่หลงเหลือติดอยุ่ หรือสีที่เกาะไม่ทนให้ออก นอกจากนี้แล้วยังทำให้มีความงามเป็นประกายดีขึ้น หลังจากนั้นรีดผ้าไหมทางด้านหลังด้วยไฟอ่อนๆ โดยพ่นน้ำเพียงเล็กน้อยก่อนรีด พึงระลึกเสมอว่า ให้พ่นฉีดน้ำบางๆ เท่านั้น อย่าให้เปียกเพราะเวลารีดแล้วอาจทำให้ฝ้าเกิดเป็นจุดที่ไม่สวย หลังจากนั้นแล้วจึงจัดเส้นลายผ้าให้ตรงแล้วจึงทำการตัดและเย็บด้วยเข็มและด้ายที่เหมาะสมกับคุณภาพของผ้า
       2. การรีด   การรีดโดยทั่วไปหรือการีดลบรอยย่นหลังจากตัดเย็บแล้วหรือหลังจากการสวมใส่ อุณหภูมิที่เหมาะสมในการรีดผ้าไหมโดย ทั่วไปควรรักษาอุณหภูมิให้อยู่ในระหว่าง 120 - 140 องศาเซลเซียส และการรีดควรมีผ้าฝ้ายหนาๆทับบนผ้าไหม เพื่อป้องกันการสัมผัสผ้าไหมกับเตารีดโดยตรง ถ้าสัมผัสไหมโดยตรงจะทำให้คุณสมบัติต่างๆของผ้าไหมสูญเสียไปได้
        3. การซัก  ซักแห้งจะเหมาะสมที่สุด แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะซักแบบธรรมการควรใช้สารที่มีคุณภาพเป็นกลางในน้ำอุ่นให้ทั่วอย่า ให้ผ้าไหมกองหรือพับติดกันหลังจากซักแล้วให้บีบเบาๆ นำไปผึ่งในที่ร่ม ห้ามผึ่งแดดโดยเด็ดขาด
        4. ข้อควรระวังในการเก็บรักษา หลังจากการสวมใส่ทุกครั้งให้ตรวจสอบสิ่งสกปรกที่ติดดยู่อย่างระมัดระวังผึ่งให้เสื้อผ้าคงรูปเดิมในที่ๆ มีการถ่ายเทของอากาศที่ดีปราศจากฝุ่นละออง ถ้าเสียรูปร่างหรือรอยยับให้ใช้เตารีด รีดให้เรียบ การเตรียมการเก็บรักษา ก่อนเก็บเสื้อผ้าต้องอยู่ในสภาพเรียบร้อยไม่มีรอยยับ และแห้ง สะอาด หากมีสารป้องกันแมลง เช่นลูกเหม็น ควรวางไว้โดยไม่ให้สัมผัสกับผ้าไหมโดยตรง อย่าเก็บในที่มีความชื้น และต้องปราศจากแมลงหรือราที่จะทำให้เกิดอันตรายกับผ้าไหม ควรเก็บให้ถุงที่อุณหภูมิต่ำและสะอาด อาจเก็บในถุงผ้าหรือถุงพลาสติกก็ได้ การผึ่งควรผึ่งในที่มีอากาศถ่ายเทดี ความชื้นในระหว่างเวลา 10.00 - 14.00 น เป็นระยะเวลาที่เหมาะสมอย่างไรก็ตามในฤดูฝนความชื้นสูงควรทำการป้องกันแมลง และเชื้อราต่างๆ ที่อาจทำอันตรายกับผ้าไหมได้ ในบ้านเรามีข้อจำกัด เพียงในฤดูฝนเท่านั้น ส่วนหน้าหนาวและหน้าร้อนเราสามารถผึ่งในร่มได้ดี โดยไม่มีปัญหา นอกจากลูกเหม็นแล้ว สารอื่น เช่นสารฆ่าแมลงชนิดระเหย ประกอบดวย DDVP 16 % ใช้ในโรงเก็บเมล็ดพันธุ์มีความเป็นพิษต่อคนน้อย และสารอื่นๆ เช่น คลอโรฟิคริน (Chloropicrin)เมธทิลโปรไมด์ (Melhylbromide) ไฮโดรฟอสเฟท(Hydrophospate) อย่างไรก็ตามสารฆ่าแมลงเหล่านี้ก่อนใช้ทุกครั้ง ขอให้อ่านคำแนะนำหรือทำการศึกษาจากผู้รู้ จะทำให้ปลอดภัย