เดือนอ้าย 
 บุญเข้ากรรมหรือบุญเดือนอ้าย

          เป็นประเพณีการเข้ากรรมหรือปริวาสกรรมของพระภิกษุ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของพระภิกษุสงฆ์ จะเริ่มประมาณเดือนมกราคมของทุกปี
สาเหตุ
         การที่มีการเข้าปริวาสกรรมมีสาเหตุ 2 ประการ คือ
           1. พระภิกษุประพฤติผิดวินัยข้อสังฆาทิเสส เข้าปริวาสกรรมเพื่อให้พ้นจากอาบัติ
           2. เข้าปริวาสกรรมเพื่อปฏิบัติขันติธรรม บำเพ็ญจิตใจให้บริสุทธิ์ และตามคอง 14 สำหรับภิกษุสงฆ์
พระภิกษุผู้ต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วต้องเข้ากรรม "สังฆาทิเสส" เป็นชื่ออาบัติหนัก หมวดหนึ่งรองจากปาราชิก (อาบัติหนักที่สุด)
ศีลหมวดสังฆาทิเสสมีทั้งหมด 13 ข้อ ดังนี้ ( บุญเกิด พิมพ์วรเมธากุล, 2544 : 3-4)
          1. ปล่อยน้ำอสุจิด้วยความจงใจ (เว้นแต่หลับฝันไป)
          2. มีจิตกำหนัดแล้วจับ จูบ ลูบ คลำ กอดรัด จับมือ ลูบผม หรืออวัยวะส่วนใดของสตรีเพศ
          3. มีจิตกำหนัด แล้วพูดเกี้ยวพาราสี สตรีเหมือนดังหนุ่มเกี้ยวหญิงสาว
          4. มีจิตกำหนัดแล้วกล่าวถึงคุณในการบำเรอกามให้แก่ตนให้สตรีฟัง
          5. เป็นพ่อสื่อชักนำให้ชายหญิงรักใคร่ หรือเพื่อเสพกาม
          6. สร้างที่อยู่อาศัยของตนเอง (สร้างกุฏิ) มีความยาวเกิน 12 คืบ ( 6 ศอก) ความกว้างเกิน 7 คืบ (3 ศอกครึ่ง)
          7. ถ้าจะสร้างวิหารใหญ่ต้องเป็นสถานที่ได้รับอนุญาต จากผู้เข้าเป็นเจ้าของและไม่มีผู้ใดจองไว้ หรือถ้าจะไปตัดฟันต้นไม้มาสร้างเองต้องขออนุญาตให้ถูกต้อง อย่าไปลักขโมยไม้เขามาสร้าง
          8. กล่าวฟ้องภิกษุอื่นที่ไม่มีความผิด ด้วยข้อหาอาบัติที่มีโทษขึ้นปาราชิกด้วยความโกรธ หรือโดยเจตนากลั่นแกล้ง
          9. กล่าวฟ้องภิกษุอื่นด้วยเลศนัย เช่นอ้างว่าเห็นคลับคล้าย คลับคลา
          10. พยายามทำลายความสามัคคีของหมู่สงฆ์โดยยุยงให้สงฆ์แตกกันซึ่งเรียกว่าก่อให้เกิด "สังฆเภท"
          11. พูดเข้าข้างภิกษุที่กระทำผิด สงฆ์ว่ากล่าวตักเตือนแล้วยังไม่เชื่อฟัง
          12. ภิกษุหัวดื้อ ไม่ยอมให้ใครว่ากล่าวตักเตือน หรือแม้ถูกตักเตือนแล้วก็ไม่เชื่อฟัง
          13. เป็นภิกษุแต่ประพฤติตนไม่สมควรกับเพศบรรพชิตทำให้คฤหัสดิ์ดูถูก
พิธีกรรม
         ภิกษุที่จะเข้ากรรมจะต้องจัดแจง สถานที่ให้สะอาด หาน้ำกินน้ำใช้ไว้ให้เพียงพอที่จะเข้ากรรม ที่พักจะทำเป็นกระท่อมเล็กๆ ตกแต่งบริเวณสถานที่ให้สะอาด โดยปกติวัดที่เหมาะในการเข้าอยู่ปริวาสกรรมนั้นเป็นวัดที่เงียบ สงบ ไม่มีภิกษุสัญจรไปมาและผู้คนไม่พลุกพล่าน เป็นวัดที่มีภิกษุ อาศัยอยู่จำนวนไม่มากนัก
         พระภิกษุต้องอาบัติสังฆาทิเสส ข้อใดข้อหนึ่งแล้วปกปิดไว้จะต้องอยู่ปริวาส (การอยู่ค้างคืน) และต้องประพฤติวัตร (การปฏิบัติการจำศีล)ภิกษุที่จะเข้ากรรมต้องห่มผ้าเฉลียงบ่าเข้าไปหาพระสงฆ์ กราบ พระเถระแล้วกล่าวคำขอปริวาสกับสงฆ์ อยู่ปริวาสครบกำหนดแล้ว ขอมานัต ตามอาบัติที่ต้องโทษ และมีภิกษุอีกรูปหนึ่งสวดประกาศให้มานัต แล้วภิกษุต้องอาบัติสังฆาทิเสส ต้องประพฤติมานัตอีก 6 คืน เมื่อครบ 6 คืน แล้วขออัปราน (การเรียกเข้าหรือการรีบกลับเข้าหมู่) เมื่อสงฆ์ให้อัปรานแล้ว ถือว่าได้ออกกรรมเป็นผู้บริสุทธิ์แล้ว สำหรับพุทธสาสนิกชนนำข้าวปลาอาหารไปถวายภิกษุผู้เข้าอยู่ปริวาสกรรมและถวายจตุปัจจัยไทยทาน จนกว่าท่านจะออกจากกรรม แล้วก็จัดให้มีการฟังเทศน์ ตลอดวัน
สรุปสาระสำคัญในการเข้าปริวาสกรรม (บุญเกิด พิมพ์วรเมธากุล, 2544 : 6-7)
1. ภิกษุผู้ต้องอาบัติหมวดสังฆาทิเสส เท่านั้นจึงต้องเข้าอยู่ปริวาสกรรมเพื่อชำระตนให้กลับเป็นผู้มีศีลบริสุทธิ์
2. ขั้นตอนการเข้าอยู่ปริวาสกรรมมี 3 ขั้นตอน ดังนี้
          ขั้นตอนที่ 1 ให้ภิกษุที่รู้ตัวว่าตนเองต้องอาบัติ ขอเข้าอยู่ปริวาสกรรมจากสงฆ์แล้วประพฤติวัตรต่างๆเป็นการทำโทษตนเองเท่ากับจำนวนวันที่ปกปิดความผิดนั้นๆไว้
          ขั้นตอนที่ 2 ขอมานัตจากสงฆ์ แล้วประพฤติมานัต 6 คืน
          ขั้นตอนที่ 3 เมื่อประพฤติมานัตครบ 6 คืน แล้วขออัปรานจากสงฆ์ เมื่อสงฆ์ให้อัปราน แล้วก็ถือว่าได้กลับเป็นภิกษุผู้มีศีลบริสุทธิ์
กำหนดการปฏิบัติธรรมฤดูหนาว ปี 2545-2546
สำนักปฏิบัติธรรมประจำอำเภอเขมราฐ วัดพิธโสภาราม ตำบลแก้งเหนือ อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี
วันที่ 20-28 ธ.ค 2545 ณ วัดยางกระเดา บ้านยางกระเดา ตำบลท่าเมือง อำเภอดอนมดแดง จังหวัดอุบลราชธานี