อำเภอโขงเจียม
"รวมมัจฉา นารีงาม
น้ำสองสี ศิลป์ดีผาแต้ม"
แผนที่อำเภอโขงเจียม
click
ที่ว่าการอำเภอ : ตั้งอยู่ที่บ้านถ่านเก่า หมู่ 1 ตำบลโขงเจียม อยู่ห่างจากอำเภอเมืองอุบลฯไปทางทิศตะวันออกตามเส้นทางสายอุบลฯ-พิบูลฯ-โขงเจียม เป็นระยะทางประมาณ 85 กิโลเมตร
รหัสไปรษณีย์ : 34220
โทรศัพท์ : ที่ว่าการอำเภอ 045-351041, 351018 โทรสาร 351041
ประวัติความเป็นมา : อำเภอโขงเจียมเดิมมีฐานะเป็นเมือง ชื่อเมืองโขงเจียม พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย โปรดเกล้าฯให้ตั้งเมื่อ พ.ศ.2364 โดยให้ขึ้นตรงต่อเมืองนครจำปาศักดิ์ ครั้งถึงรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (ภายหลังจากปราบปรามกบฏอนุวงศ์แห่งเวียงจันทน์เรียบร้อยแล้ว) โปรดเกล้าฯให้เมืองโขงเจียมไปขึ้นตรงต่อเมืองเขมราฐ เมื่อ พ.ศ.2371
ในคราวปรับปรุงการปกครองส่วนภูมิภาคในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวราว พ.ศ.2443-2445 เมืองโขงเจียมถูกลดฐานะเป็นอำเภอขึ้นตรงต่อเมืองเขมราฐ ต่อมาได้ยุบเมืองเขมราฐลงเป็นอำเภอขึ้นตรงต่อเมืองยโสธร เมืองโขงเจียมจึงมีฐานะเป็นอำเภอขึ้นตรงต่อเมืองยโสธร
ปี พ.ศ.2457 ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ย้ายที่ว่าการอำเภอมาตั้งที่บริเวณบ้านด่านปากมูลและเปลี่ยนชื่อเป็น อำเภอสุวรรณวารี เมื่อปี พ.ศ.2460 และในปี พ.ศ.2482 ทางราชการได้ประกาศเปลี่ยนชื่ออำเภอสุวรรณวารีเป็นอำเภอโขงเจียมอีกครั้งหนึ่ง
พ.ศ.2500 ได้ย้ายที่ว่าการอำเภอโขงเจียมมาตั้งที่โคกหมาจอก (บ้านศรีเมืองใหม่ ตำบลนาคำในปัจจุบัน) ส่วนที่เป็นที่ตั้งอำเภอโขงเจียมเดิมนั้น ให้ตั้งเป็นกิ่งอำเภอบ้านด่าน และยกฐานะเป็นอำเภอบ้านด่านเมื่อ พ.ศ.2502
ต่อมา พ.ศ.2514 ได้เปลี่ยนชื่อเป็นอำเภอโขงเจียมอีกครั้งหนึ่ง
ที่มาของชื่ออำเภอ : คำว่า "โขง" หมายถึงหัวหน้าช้างหรืออาจจะมาจากคำว่า "โขลง" ที่หมายถึง ฝูงช้างก็ได้ คำว่า "เจียม" คาดว่า เพี้ยนมาจากคำว่า "เจียง" (ส่วย) ซึ่งแปลว่า "ช้าง" ดังนั้นอำเภอโขงเจียมจึงน่าจะหมายถึง "เมืองที่มีช้างมาอยู่รวมกันเป็นฝูงใหญ่" (ที่มา : นามานุกรมภูมิศาสตร์จังหวัดอุบลราชธานี สำนักศิลปวัฒนธรรม สถาบันราชภัฏอุบลราชธานี)
สถานภาพและศักยภาพภูมิปัญญาไทย : อำเภอโขงเจียม มีกิจกรรมที่แสดงถึงภูมิปัญญาด้านการบริหารจัดการองค์กรชุมชน สวัสดิการชุมชน ที่สำคัญ เช่น กลุ่มเกษตรคณะกรรมการหมู่บ้าน ดำเนินกิจกรรมด้านการส่งเสริมการเกษตรกรรม ส่งเสริมอาชีพแก่ชุมชน จัดเป็นภูมิปัญญาที่อยู่ในศักยภาพระดับสูงมาก มีความโดดเด่นเป็นพิเศษกว่าด้านอื่นๆ รองลงมาคือ ภูมิปัญญาด้านอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ-สิ่งแวดล้อม เช่น การปลูกป่าและการป้องกันรักษาไฟป่า จัดเป็นศักยภาพระดับสูง ซึ่งคนในท้องถิ่นให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ต่อมาคือ ภูมิปัญญาด้านเกษตรกรรม โภชนาการ อาหารแปรรูป เช่น การทำปุ๋ยพืชสด การทำจุลินทรีย์ นอกจากนี้ยังมีด้านหัตถกรรม เช่น หารทอผ้า และการทำไม้กวาด เป็นต้น
สิ่งที่เป็นผลิตภัณฑ์โดดเด่นของภูมิปัญญา คือ ผ้าทอ จากตำบลนาโพธิ์กลาง (ที่มา : ศักยภาพและสถานภาพของภูมิปัญญาไทย : ภูมิปัญญาไทยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ)