:: ฐ า น ข้ อ มู ล แ ห ล่ ง ท่ อ ง เ ที่ ย ว จั ง ห วั ด อุ บ ล ร า ช ธ า นี :: :: ฐ า น ข้ อ มู ล แ ห ล่ ง ท่ อ ง เ ที่ ย ว จั ง ห วั ด อุ บ ล ร า ช ธ า นี ::
:: ฐ า น ข้ อ มู ล แ ห ล่ ง ท่ อ ง เ ที่ ย ว จั ง ห วั ด อุ บ ล ร า ช ธ า นี ::

 วัดใต้ พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ

 

ที่ตั้ง : ถนนสุนทรวิมล ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี
ประเภท : วัด
 
        วัดใต้ สร้างเมื่อ พ.ศ.2373 ในสมัยราชกาลที่ 3 ต่อมาวัดใต้ได้เปลี่ยนแปลงชื่อวัดเป็น "วัดใต้ พระเจ้าใหญ่องตื้อ" เพราะเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธรูปเก่าแก่นามว่า "พระเจ้าใหญ่องตื้อ" เนื้อทองนาคสำริด หน้าตัก 51 นิ้ว (1.27 ม.) สูง 85 นิ้ว (2.12 ม.) ใช้ทองนาคเงินสำริดหล่อองค์พระหนักเก้าแสนบาท พระพุทธลักษณะเป็นปางมารวิชัย พระเจ้าใหญ่องตื้อที่วัดใต้มีความสำคัญเป็น 1 ใน 5 องค์ในจำนวนพระเจ้าองค์ตื้อในประเทศไทย ได้แก่ ที่เชียงใหม่ ชัยภูมิ หนองคาย และที่วัดพระโต อำเภอนาตาล จังหวัดอุบลราชธานี กับที่ประเทศลาวอีก 1 องค์ พระเจ้าองค์ตื้อ เป็นพระประทานที่ประดิษฐานภายในอุโบสถ์มีเนื้อทองสัมฤทธิ์ปางวิชัย หน้าตักกว้าง 130 ซม. ความสูง 213 ซม.

ในวันที่ 1-5 มีนาคม ของทุกปีทางวัดใต้จะจัดให้มีงานเทศกาลอัญเชิญพระพุทธรูปเตมนเพลิงองค์ตื้อ เพื่อให้ประชาชนได้นมัสการสรงน้ำตลอด 5 วัน 5 คืน ทั้งนี้ตามที่เล่าสืบต่อกันมาว่าก่อนและขณะหล่ออัญเชิญ พระพระเจ้าองค์ตื้อ มาประดิษฐานภายในพระอุโบสถ์นั้น ได้เกิดฝนฟ้าคะนองนานได้ 7 วัน 7 คืน และฝาผนังของพระอุโบสถ์ยังมีภาพวาดเขียนพุทธประวัติและพระเจ้าสิบชาติ ภาพรูปเหมือนอดีตพระบูรพาจารย์ ประวัติศาสตร์ของเมืองอุบลราชธานีได้บันทึกของเก่าไว้ว่า ปูชนียวัตถุสถานสำคัญ 3 วัด ของเมืองอุบลราชธานี คือ พระบทม์อยู่วัดกลาง พระบางอยู่วัดใต้ และ หอไตอยู่วัดทุ่งศรีเมือง (พระบางอยู่วัดใต้ หมายถึง พระปางห้ามสมุทรนั่นเอง)

วัดใต้เป็นวัดบูรพาจารย์ทางฝ่ายวิปัสสนาธุระในอดีตพำนักปฏิบัติสมถกัมมัฏฐาน เช่น พระอุปัชฌาย์สีทา (สิริจนโท จันทร์) เป็นต้น ซึ่งบูรพาจารย์ทุกท่านได้ทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติเป็นศาสนทายาทเผยแผ่สัจธรรมในพระพุทธศาสนา จนเป็นที่รู้จักเลื่องลือในพระเกียรติคุณของบูรพาจารย์ มาจนตราบเท่าทุกวันนี้

วัดใต้เทิงมีปูชนียสถานเจดีย์ที่เก่าแก่ชำรุดทรุดโทรมหักพังลงไปหมดตามกาลเวลา เหลือเพียงฐานอิฐเก่า ๆ อายุประมาณ 200 ปี เมื่อประมาณ พ.ศ.2493 อดีตเจ้าอาวาสวัดใต้เทิง (พระปลัดสิงห์ สุวโจ) ได้รื้อขุดลึกลงไปประมาณ 2 เมตร ได้พบพระพุทธรูป 2 องค์ เนื้อสัมฤทธิ์ ปางยืนห้ามสมุทร ปัจจุบันได้นำขึ้นไปไว้ภายในอุโบสถ์ด้านหลัง พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อพุทธศาสนิกชน สามารถไปกราบนมัสการได้ทุกวัน ผู้เป็นพยานในการขุดรื้อเจดีย์องค์เก่าขณะนี้ยังมีชีวิตอยู่ คือ นายสมร แก่นอาสา (อดีต พระสมร) ท่านผู้นี้เคยบวชอยู่ในวัดใต้เทิง ฉะนั้นเจดีย์เก่าแก่องค์เดิมเรียกว่า “เจดีย์แก้วพระปางสัมฤทธิ์” ทางวัดใต้เทิง คณะสงฆ์ทายกทายิกากรรมการได้เริ่มโครงการเพื่อที่จะบูรณะก่อสร้างเจดีย์แก้วพระปางสัมฤทธิ์ แทนองค์เก่าที่เป็นที่สักการบูชาไว้ในพระพุทธศาสนาตลอดไป

 

ข้อมูลเพิ่มเติม : http://www.youtube.com/user/localubu#p/f/24/PJp57rqgbzg
อ้างอิงจาก : http://www.southlaostour.com

wattai.jpgwattai(1).jpgwattai(2).jpgwattai(3).jpg
wattai(4).jpg
:: ฐ า น ข้ อ มู ล แ ห ล่ ง ท่ อ ง เ ที่ ย ว จั ง ห วั ด อุ บ ล ร า ช ธ า นี ::